ข้อความนี้ส่งตรงถึง Meat lovers

Bistecca alla fiorentina เป็นหนึ่งในจานที่มีชื่อเสียงของอิตาลี่ แต่เบนคิดว่าคนไทยคงจะไม่รู้จักมากนัก เพราะว่าคนที่จะกิน steak แบบจริงจังบ้านเราถือว่ามีน้อยมาก แต่เบนเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียกได้ว่าหลงรักเนื้อขั้นจริงจัง เพราะว่าที่บ้าน โดยเฉพาะพ่อชอบกินเนื้อมาก แล้วต้องขอบอกว่าพ่อย่างเนื้ออร่อยที่สุด แต่ใครๆก็คงบอกว่าที่บ้านตัวเองอร่อยที่สุดเหมือนกันแหละ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ฟังหูไว้หู ตั้งแต่เด็ก เบนจะกิน steak กับที่บ้านอย่างน้อยประมาณอาทิตย์ละครั้ง ไม่หมัก ไม่ใส่เครื่องเทศ แค่ต้องใช้เนื้อที่ดี marble สวยๆ ย่างเสร็จโรยเกลือ อาจจะมีน้ำจ่ิมแจ๋วอีกหน่อย สำหรับเบนแค่นี้ perfect ละ

เบนกับเนื้อ 1 กิโลที่ Tuscany กินคนเดียว
เบนกับเนื้อ 1 กิโลที่ Tuscany กินคนเดียว

เพราะฉะนั้นตอนไปอยู่ที่อิตาลี่ ต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ยังไงก็ขาดการกินเนื้อไม่ได้ เลยใช้เงินกับการซื้ออาหารเยอะกว่าเพื่อนคนอื่นมาก เพราะเพื่อนเกือบทุกคนกินกันแต่ผัก อย่างมากก็ไก่ ส่วนเบนนั้นจะเข้าร้านขายเนื้อประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ตั้งแต่เด็กก็ไปเลือกซื้อเนื้อกับพ่อ ก็ทำให้พอดูเนื้อเป็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้ลึกอะไร พอไปที่โน้นเข้าร้านเนื้อบ่อยมาก แล้วก็ทำกินเองทุกอย่าง ก็เลยเร่ิมศึกษามากขึ้น แล้วด้วยความเป็นคนเรื่องมาก ไปร้านเนื้อทีคือไปรอบเมือง ต้องหาเนื้อแบบที่ถูกใจลายสวย ถ้าไปร้านแรกไม่เจอ ก็ต้องไปร้านเนื้อทุกร้านจนกว่าจะเจอ เคยไปถึง 5 ร้านด้วยการขี่จักรยาน แต่สุดท้ายก็กลับมามือปล่าว เพราะหาเนื้อที่ถูกใจไม่ได้ ที่อิตาลี่หรือยุโรปนั้นส่วนใหญ่เค้าจะนิยมกินเนื้อแบบ lean คือแบบไม่มีมัน หรือว่าเป็นเนื้อลูกวัวไปเลย ซึ่งตรงข้ามกับเบนที่ชอบกินเนื้อแบบติดมัน แล้วก็ Marble สวยๆ

IMG_5203

ที่อิตาลี่นั้น แคว้นที่เบนคิดว่ากินเนื้อกันมากที่สุด คือ Tuscany เพราะว่าจะมีที่ราบสูงที่สามารถเลี้ยงวัวได้อย่างดี ซึ่งจะมีอยู่ 2 area คือ แถบ Chiana Valley แล้วก็ Maremma แล้วจานเนื้อที่ดังที่สุดก็อยู่ที่นี้ นั้นก็คือ Bistecca alla fiorentina หรือ Beef steak style Florence เค้าจะใช้เนื้อวัวจาก Chiana Valley ซึ่งเป็นพันธุ์ Chianina วัวตัวสีขาวขนาดใหญ่ ที่เค้าจะเลี้ยงแบบปล่อยในทุ้งหญ้า ทำให้วัวได้กินหญ้าสด และออกกำลังกายอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นก็จะนำวัวมาขังในคอกเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเปลี่ยนกล้ามเนื้อให้เป็นไขมัน ที่นี้แหละได้กินละ เนื้อเค้าจะตัดชิ้นหนามากเวลากิน ประมาณนิ้วครึ่ง ชิ้นละ 1 กิโลกรัม แล้วที่นี้เค้าไม่ถามนะว่าจะเอาสุกแบบไหน เค้าเอามาให้เลยแบบ medium rare แล้วเบนก็ขอแนะนำให้กินแบบ medium rare ด้วย เพราะเนื้อแต่ละชนิด แต่ละพันธุ์ แต่ละวิธีการเลี้ยง แล้วก็ยังอาหารที่วัวกิน อายุของวัว ทุกอย่างมีผลกับการปรุงหมด และเนื้อชนิดนี้ ถ้าเป็นเนื้อชิ้นที่ดีและมีคุณภาพ ก็ควรจะ cook แบบ medium rare เค้าย่างมาให้เสร็จก็กินได้เลย อาจจะโรยเกลือนิดหน่อยแค่นั้น ซึ่งตอนที่เบนเดินทางไป Tuscany คนเดียวเพื่อไปสำรวจทำทริป Fove Food Tour นั้นก็ไปเจอร้านถูกใจมากร้านนึง เมื่อก่อนเค้าเป็นแค่ร้านขายเนื้อธรรมดา แต่ตอนนี้มีร้านย่างเนื้อเข้ามาด้วย เค้าจะทำเนื้อออกมาให้กินหลายแบบมาก แล้วกินได้ไม่อั้น ซึ่งร้านนี้เบนประทัับใจมาก และด้วยอยากกลับไปกินอีก เลยจัดมันเข้าไปไว้ในทัวร์ของ Fove Food ที่จะพาคนไทยไปเที่ยวกินที่อิตาลี่ด้วยเลย เพราะเบนจะได้กินอีก 555

บรรยากาศของร้านเนื้อย่างร้านในตำนาน
บรรยากาศของร้านเนื้อย่างร้านในตำนาน

 

 

มันต้องอย่างนี้สิ เวลาจะกินเนื้อย่าง
มันต้องอย่างนี้สิ เวลาจะกินเนื้อย่าง
ทำไมเบนถึงติดใจร้านนี้นะหรอ แค่เห็นรูปก็น่าจะรู้นะคะ เหลือแค่ไปลองด้วยกันเท่านั้นเอง
ทำไมเบนถึงติดใจร้านนี้นะหรอ แค่เห็นรูปก็น่าจะรู้นะคะ เหลือแค่ไปลองด้วยกันเท่านั้นเอง
เนื้อหลายส่วนนำมาให้ลองกินกัน
เนื้อหลายส่วนนำมาให้ลองกินกัน
ภาพแบบสุกแล้วบ้าง
ภาพแบบสุกแล้วบ้าง

จากประสบการณ์การกินเนื้อและการเดินทาง ซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก  ตอนนี้มีความชอบและติดใจเป็นพิเศษกับเนื้อจากเยอรมัน แล้วที่สำคัญคือชอบเนื้อแบบ grass fed คือวัวที่ได้กินหญ้าสด เพราะว่าเนื้อนั้นจะมีรสชาติและกล่ินที่แตกต่างออกไป กล่ินมันจะออก earthy มากกว่าวัวที่กิน grain หรือว่าฟาง แล้วสีก็จะเข้มกว่า แล้วก็มีรสชาติที่ออกหวานกว่าเล็กน้อย(หวานในที่นี้คือหวานเนื้อ ไม่ใช่แบบหวานน้ำตาล)IMG_3448

ในการ cook เนื้อนั้น ถ้าเรารู้ว่าเนื้อมาจากไหน กินอะไร และเนื้ออายุเท่าไหร ถูกเลี้ยงมาแบบไหนนั้น มันมีความสำคัญต่อการปรุงหรือระดับความสุกของเนื้อมาก เพราะอย่างเช่น ถ้าเนื้อวัวที่มาจากวัวมีอายุมากนั้น ควรจะ cook ให้สุกกว่าเนื้อที่มาจากวัวมีอายุน้อย เนื่องจากเนื้อวัวแก่ ถ้าทำไม่สุก แล้วมันจะเหนียวเคี้ยวไม่ออก ส่วนวัวเด็กถ้าทำแบบสุกๆบางทีเนื้อมันจะกระด้าง ก็ควรจะทำแบบสุกน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีอีกหลายปัจจัยIMG_3440

ร้านขายอาหารร้านหนึ่งที่อิตาลี่ที่เบนชอบมากๆ ชื่อ Peck อยู่ที่ Milan เบนไปได้เนื้อที่อร่อยที่สุดๆๆๆๆๆ ติดอันดับ 1ใน3 ความประทับใจมา เนื้อเค้ามาจากเยอรมัน grass fed ราคากิโลละประมาณ 2000 กว่าบาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างแพงสำหรับที่นี้ เพราะเนื้อส่วนใหญ่กิโลละประมาณ 800 บาท แต่ที่นี้เค้าคัดแต่ของที่มีคุณภาพดีที่สุดมา ยอมมม หมดตัวจริงๆ เอามานาบกระทะให้หน้าสีสวยนิดนึง แล้วเข้าเตาอบต่ออีกเป็ป(เป็นวิธีการที่ครูจากเยอรมัน สอนในวิชาเกี่ยวกับวิทยาศาสย์และการปรุง) พูดถึงเนื้อตัวนี้แล้วคิดถึงน้ำตาจะไหล อยากกินมาก แต่สำหรับที่เมืองไทย ส่วนมากเบนจะซื้อเนื้อที่ Villa Market แต่ก็ไม่ใช้ทุกทีที่เค้าจะมีเนื้อที่สวยถูกใจ แต่พอมีทีก็ซื้อตุนไว้ หรือ Paragon ก็มีเนื้อสวยๆให้เลือกเยอะ ถ้าเป็น steak ส่วนที่เบนชอบจะเป็น Ribeye แล้วเนื้อระหว่างซี่โครงก็อร่อยดี แต่ว่าหายากหน่อยIMG_5201

เรื่องเนื้อยังไงก็ยังเล่าไม่จบ ยังมีทั้งเรื่อง dry aged meat โน้นนี่นั้นอีก ถ้าใครสนใจเรื่องเนื้อๆแบบนี้อีกก็ทิ้ง comment บอกกันนะคะ เพราะเบนไม่รู้ว่าคนอ่านมี meat lover เยอะขนาดไหน ถ้าใครเฉยๆคงเบื่อมากที่อ่านเรื่องนี้ แถมยาวอีกต่างหาก

 

 

10 comments

  1. ตามอ่านอยู่คับ ชอบเนื้อเหมือนกัน
    แต่ในไทย ส่วนมากก็จะเปนวากิวซะเยอะ
    วากิวญี่ปุุ่นมั่ง วากิวออสซี่มั่ง เนื้อยุโรป มิเคยได้ลอง

    Like

  2. อยากรู้เรื่องเกลือสำหรับเนื้อย่างครับ เมื่อก่อนไม่เคยสนใจนึกว่าเกลือที่ไหนก็ได้ จนพี่มีอยู่เมืองนอกซื้อเกลือ มาให้ซึ่งก็เป็นเกลือไม่ได้เกรดดีอะไรที่บ้านเขา แต่พอทานแล้ว ทำให้รู้เลยว่ารสชาติมันต่างกันสุดๆ เลยเก็บขวดนั้นไว้สำหรับ การทานเนื้อเฉพาะ แต่พอมาอ่านบทความมากขึ้นจึงเห็นว่าเกลือมีหลายประเภท เหมาะสมกับเนื้อแตกต่างชนิดกัน จึงอยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเรียบเรียงให้อ่านครับ🙂

    Like

    • ต้องขอไปหาความรู้เพิ่มเติมก่อนนะคะ ตอนนี้มีความรู้เรื่องเกลือเท่าหางอึ่งค่ะ แล้วจะกลับมาเขียนอีกทีนะคะ ขอบคุณสำหรับ comment ค่ะ🙂

      Like

  3. อยากจะให้ความรู้เรื่องเกลือค่ะ เพราะที่บ้านทำเกลือมาหลายชั่วอายุคนและตอนนี้ได้ทำบริษัทผลิตเกลือเกรดพรีเมี่ยมส่งโรงแรมและร้านอาหาร (fleur de sel หรือดอกเกลือ ที่เป็นเกลือที่หายากและมีราคาสูงมากในต่างประเทศ)
    – เกลือถ้าเป็นsea salt (เกลือสมุทร) จะเป็นก้อนใหญ่หรือเกล็ดใหญ่ๆหน่อย เวลาใช้มักนำมาบดหรือใส่ เครื่องบด (grinder) มีรสชาติดีไม่ขมปลายลิ้นเหมือนเกลือสินเธาว์ (rock salt) และมีประโยชน์ อุดมด้วยแร่ธาตุตามธรรมชาติมากมาย
    – fleur de sel (flower of salt) หรือเกลือเกสรหรือภาษาชาวบ้านคือดอกเกลือ จะมีเพียง3%ของเกลือสมุทรที่ผลิตได้ เกิดจากการจับตัวเป็นคริสตัลเกลือเกาะด้านบนผิวน้ำเป็นแผ่นๆในวันที่มีแดดดีและลมแรงเท่านั้น ก่อนที่จะตกลงไปสู่ก้นนาเกลือ จะถูกช้อนขึ้นมา ถือว่าเป็นเกลือรสชาติดี เค็มเจือหวานปลายลิ้น ทางฝั่งยุโรปจะนิยมบริโภคกันมากและมีราคาสูงกว่าเกลือสมุทรทั่วไปเพราะทำยาก มีจำนวนน้อย
    -ตอนนี้ผู้บริโภคไทยเรารู้จักบริโภคเกลือกันมากขึ้น เช่นเมื่อทานสเต็กชั้นดีและจิ้มกับเกลือเกรดดีๆจะรับรสชาติของเนื้อคุณภาพสูงได้ดีกว่าทานกับซอสต่างๆเพราะซอสจะไปกลบรสดั้งเดิมของเนื้อเกรดดีๆค่ะ

    Like

    • โอว้าว ขอบคุณมากเลยค่ะ สำหรับความรู้ อยากจะไปขอความรู้เพิ่มเติมจังเลยค่ะ🙂 เรื่องเกลือเป็นอะไรที่น่าสนใจมากจริงๆ

      Like

  4. -ส่วนเกลือสินเธาว์ (rock salt, table salt) เกิดจากการผึ่งให้แห้งหรือการเคี่ยว,ต้มน้ำที่สูบจากแหล่งดินเค็มใต้ดินหรือชั้นหินเกลือ, บ่อเกลือใต้ดิน นิยมเติมสารไอโอดีนลงไปเนื่องจากมีไอโอดีนน้อยหรือไม่มีเลย ผลิตกันในแถบอีสานเช่นหนองคาย อุดรธานี และที่น่านมีบ่อเกลือใต้ดินตามธรรมชาติ ในต่างประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา มี Himalayan salt หรือ เกลือสีชมพู ขายเป็นขวดใหญ่ๆราคาไม่แพง ด้วยความเป็นเกลือที่มีสีสันเลยสร้างความตื่นเต้นได้พอสมควร แต่ความจริงแล้วคือเกลือสินเธาว์ประเภทหนึ่งค่ะ เกลือประเภทนี้เมื่อต้มแล้ว จะมีก้อนเกลือที่เหลือจากการต้ม ดังนั้นจะทำให้ป่นเพื่อใช้งานง่าย บ้านเราจะคุ้นเคยกับเกลือป่นเป็นอย่างดีเพราะราคาถูก มีรสเค็มโดด
    – นอกจากนี้ยังมี lava salt เกลือที่ได้จากพิ้นดินที่มีลาวาไหลผ่าน และมี bamboo salt จากประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s