Diary การผจญภัยของนางสาวเบญญาภา ตอน : เที่ยวปลายเท้าของอิตาลี

ต่อจากตอนที่แล้ว  ที่เล่าเกี่ยวกับ duration of stay ของ visa แต่เกิดมันในอารมณ์ เลยเล่าเรื่องต่อสะยาว ไหนๆก็ไหนๆละ ลองเขียนเรื่องเล่าต่อ เหมือนเป็น diary ส่วนตัว เก็บไว้เป็นความทรงจำ เพราะถ้าไม่เขียนเนี้ย อีกไม่กี่ปี ก็จะลืม เนื่องจากเบนความจำปลาทองมาก หรือตอนนี้ต้องบอกว่าความจำแบบ Dory “I suffer from a short term memory loss”

เรื่องนี้คงจะพอช่วยแนะนำการเดินทางสำหรับคนที่อยากเที่ยวทางตอนใต้ของอิตาลีได้ด้วย เพราะเส้นทางนี้ เหมาะกับการเที่ยวแบบลุยๆเอง ไม่เหมาะกับทัวร์กินที่เบนทำอยู่เท่าไหร เลยเอามาเล่าให้ฟังได้ 555 ไม่เป็นความลับทางธุรกิจ แต่ถ้าใครอยากให้พาไปเที่ยวหลังจากอ่านเสร็จก็ยินดีค่ะ(คือไม่ทันไรก็ขายทัวร์แล้ว ใช่หรอ?)

โอเค เริ่มสะที (เรื่องค่อนข้างไรสาระ ใครอยากได้สาระ ขอแนะนำว่าอย่าอ่านนะคะ)

ช่วงที่ไปคือ July 2015 หลังจากที่จับพลัดจับผลูไปเป็นผู้จัดการทีมให้กับทีมชาิตไทยที่ไปแข่ง kitesurf ที่ประเทศอิตาลี

11751403_10153444525763186_1500723728380646753_n
ทีมไทยสามคนด้านขวา ส่วนหนุ่ม six-pack ที่ยืนอยู่ข้างข้าพเจ้านั้แฟนผู้หญิงคนขวาสุด (ต้องรีบออกตัว)

บินจากประเทศไทยไปเที่ยวทางตอนใต้ของอิตาลี ใกล้สุดคงจะเป็น Rome ความจริงเค้ามีสนามบินหลายที่ แต่ถ้าบิน TG ก็มีลงแค่ Rome กับ Milan ซึ่งพอเราบินลงโรมแล้วก็ต่อด้วย domestic flight ไปลง Lamezia Terme เป็นเมืองที่เค้าจะแข่ง Kite World Championships ซึ่งเมืองนี้คืออย่ามาเที่ยว เพราะนอกเหนือจากจะมีหาดกว้าง ที่ทรายร้อนละอุแบบว่าคิดว่าเท้าจะสุกได้ถ้าไม่ใส่รองเท้า ที่เคยเดิน-เดิน-โดด-โดด บนทรายบ้านเราที่ว่าร้อนแล้วตอนเที่ยง นั้นเรียกว่าเย็นเลยทีเดียว เพราะทรายที่นี้เหมือนเป็นกรวดเล็กๆแล้วออกสีดำ ทำให้ดูดความร้อนมากกว่าปกติ คือไม่ใส่รองเท้านี่เดินไม่ได้จริงๆ หาดเลยเทียบบ้านเราไม่ได้เลยค่าาา แต่น้ำเค้าสิใสและเย็นมาก อากาศเดือนJuly มันร้อนมากแบบตอนนั้นคือ 36-38 ํC และแห้ง แต่พอลงน้ำแล้วรู้สึกชื่นใจมาก เล่น kite ออกไปไกลๆหน่อย เห็นแมงกระพรุนอยู่ในน้ำลึกๆใสแจ๋ว น่ากลัวพิกล

เค้าแข่งกันประมาณ 4-5 วันแต่ก็ต้องมาเตรียมตัวก่อนแข่งและซ้อมด้วย เราก็เลยมาอยู่กันที่เมือง Lamezia 7 วัน คนอื่นพอแข่งเสร็จแล้วก็จะกลับ ส่วนเบนนัดเพื่อนที่เรียนอยู่อังกฤษให้มาขับรถเที่ยวต่อกันทางตอนใต้ของอิตาลีด้วยกัน เพราะเบนเองก็ยังไม่เคยเที่ยวแถวนี้มาก่อนเหมือนกัน

ทีมไทยเรานั้นประกอบด้วยผู้หญิงหนึ่งคน ชื่อพี่ฝน ซึ่งเก่งที่สุดในเมืองไทยแล้ว

13533022_10209581067706374_2529193352771408246_n

ผู้หญิงไทยมีเล่นกีฬานี้น้อย ประมาณ 20 คนเท่านั้นมั้ง อยากแรกเลยคงเพราะกลัวแดด อย่างที่สองคือ กีฬานี้โหดโคด และค่อนข้างอันตราย ตัวเบนเองก็เล่น เล่นได้ทุกอย่างแหละค่ะ แต่เหมือนเป็ด ไม่เก่งสักอย่าง ใครสนใจมาเล่นด้วยกันได้🙂 เล่นได้ทั้งพัทยาและหัวหินที่ใกล้ๆ กทม

13055419_10154101336088186_7175467720917026095_n

แล้วก็พี่ Jack แห่ง surfspot กับ โย ที่เป็น champ ของเมืองไทย

11694975_10153433121568186_154898954643535481_n

คือไหนๆมีแชมป์มาอยู่ใกล้มือ ก็ต้องขอลองทำตามแบบ Branson สะหน่อย(แต่ไม่แก้ผ้านะ 555)

MTM3MjQ4OTMxMjM0MTk1MjA1

11037468_10153441733818186_50719354298594812_n

การเกาะนั้้นอาจจะดูเหมือนง่าย แต่เอาจริงๆเหอะ เล่นเองง่ายกว่า

เห้ยทำไมพอเล่าไปเล่ามา ขนาดคนเขียนยังรู้สึกว่ามันน่าเบื่อเลยเนี้ย!

เมืองนี้นอกจากที่มีหาดกว้าง เล่นกีฬาได้หลายอย่างแล้วก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ อาหารนี่คือแบบหาอร่อยไม่ได้เลย ไอ้คนที่เรื่องกินมาก่อนตายที่หลังเนี้ย อยู่หนึ่งอาทิตย์เรียกว่าแทบคลั่ง น้ำหนักลดลงไปเท่าไหรไม่รู้ ว่ารู้ว่าผอมจนหุ่นดีอะ เพราะถ้าไม่มีอะไรอร่อยให้กิน ก็ไม่กินเม่งเลย แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดตอนอยู่บนหาดนี้คือ หนุ่มๆ แบบนึกว่าอยู่ในความฝันทุกคนมี six-pack แล้วเป็นฝรั่งหน้าตาดีทุกคน เพราะว่าช่วงที่ไปมีทั้งแข่ง kitesurf และก็ valleyball เอาจริงจริงคือหนุ่ม Kite ที่หุ่นดีแล้ว ยังสุ้หนุ่ม valleyball ไม่ได้ พระเจ้า!!!! คือแอบแหล่หนุ่มๆตลอดเวลาอะ (พูดงี้นี่ความเป็นกุลสตรีไทยเสียหายหมด) พอเห็นคนไม่มี six-pack แล้วอยากถามว่าเธอหลุดมาจากไหน มาที่หาดนี้ทำไม? นี่ไม่ต้องพูดถึงคนลงพุงนะ ไม่มีเลย แล้วคิดดูมีผู้หญิงเอเชียแค่สองคนบนหาด ผู้หญิงหนึ่งคนมีแฟนตามมาคุม ก็สบายดิฉันสิค่ะ ลั่นล่าาาาาาาา inside มากไม่ได้ เดี๋ยวพ่อแม่ว่า 5555 ขนาดวันแข่งเสร็จไม่ต้องไปขอถ่ายรูปกับ champ อะ  champ ทั้งหมดมาขอถ่ายรูปด้วย แถมชวนไป party ต่อกับเค้าที่ Monaco #ขี้อวด #ยังรักตัวสงวนตัวอยู่ ถ้าเอาเรื่องนี้ไปเขียนในพันทิป คิดไม่ออกเลยว่าจะโดนเขียนด่า ชอกซ้ำขนาดไหน😛

11755850_10153458486193186_846367436368909452_n

บางวันระหว่างการแข่ง เราก็ไปเที่ยวเมืองแถวๆนั้น ซึ่งมันก็มีอะไรสวยๆให้ดูเยอะเหมือนกัน เช่นเมือง Tropea

ที่นี้ส่วนใหญ่จะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่คนท้องถิ่นก็มาเที่ยวมาอาบน้ำกันเยอะไปหมด ตรงเขาเล็กๆที่ยื่นออกมาในทะเล บนยอดเขาจะมีโบสอยู่ สามารถเดินขึ้นไปดูวิวถ่ายรูปลงมาได้ และเขานี้จะแยกหาดออกเป็นสองฝั่ง

11742663_10153445497173186_6098531421729564066_n

จากชายหาด เราสามารถเช่าเรือถีบออกมาได้ ชม ละ 30euro ถ้าจำไม่ผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะทำ แล้วก็มาบีนหน้าผาโดดน้ำด้วย

11750650_10153444253033186_315907710520128796_n

มาเที่ยวแถวนี้ต้องมีรถส่วนตัวอย่างเดียว และการขับรถต่างเมืองนี่ เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักหน่อย เพราะขับรถที่อิตาลีทีไร โดนใบสั่งเกือบทุกครั้ง ไม่ว่าจะ speed limit จอดรถในที่ๆจอดไม่ได้ (เพราะเค้าแบ่งเป็นเส้นขาวเส้นเหลืองเส้นฟ้า ซึ่งต้องมีสติกเกอร์ พิเศษ) แต่บางทีมันหาที่จอดไม่ได้ ก็คิดว่าเป็ปเดียว ไม่โดนตำรวจหรอก แล้วก็โดนทุกที มาที่นี้ก็เหมือนกัน เตือนคนขับแล้วว่าอย่าจอดตรงนี้ ก็ไม่เชื่อ โดนใบสั่งใบ แล้วใครต้องรับผิดชอบ ก็ดิฉันสิค่ะ ผู้จัดการทีม ต้องไปจ่ายเงินที่ post office เพราะถ้าจ่ายภายใน 15 วันราคาก็จะราคานึง จ่ายหลังจากนั้น ราคาก็ขึ้นไปอีก ส่วนใหญ่จอดรถผิดที่จะเสียประมาณ 30-50 euro ส่วนถ้าขับเกิน Speed limit เบนเคยต้องจ่ายร้อยกว่า แต่ขึ้นอยู่กับว่าขับเร็วเกินไปเท่าไหร ยิ่งเยอะยิ่งแพง

นอกจากเมือง Tropea ที่มาเที่ยวกันยกทีมแล้ว เบนก็ไปอีกเมืองคนเดียว เพราะคนอื่นต้องซ้อมแข่ง คือ San Nicola Arcella Consenza ซึ่งต้องขับไปสองชั่วโมง แต่มันคุ้มค่ามาก เพราะมีเหมือนถ้ำที่มีชายหาดอยู่ข้างใน ความจริงจะเดินไปก็ได้ แต่ต้องเดินชั่วโมงกว่าขึ้นลงเขา หรือพายเรือไปประมาณ 15 นาที ก็ต้องเลือกพายเรือสิค่ะ

11694957_10153451078758186_8818252289463151417_n

10410501_10153450960923186_5661613534000065373_n

948301
อันนี้รูปของใครไม่รู้ แต่แบบนี้แหละที่เห็น คนก็ไม่เยอะด้วย

คือมันดีงามมากจริงๆ แต่การที่เป็นผู้หญิงต้องขับรถไป 2 ชั่วโมง ไปเที่ยวเล่นพายเรือว่ายน้ำ แล้วขับรถกลับในวันเดียวกันอีก 2 ชั่วโมงนี่มันก็เป็นอะไรที่เหนื่อยเอาการอยู่ บางทีก็คิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่จะเกร่งเกินไปหน่อยนะ

และแล้วในที่สุดเพื่อนซี้ก็บินมาหาจากอิตาลี เพื่อที่จะเริ่มการผจญภัยจากทะเลฝั่งซ้ายของอิตาลีข้ามไปทางฝั่งขวา

Screen Shot 2016-07-15 at 11.20.22

เส้นการเดินทางคือประมาณนี้

เล่ามาถึงขนาดนี้ คนเล่ายังเบื่อเลย ถ้าเขียนต่อแล้วก็คงจะไม่มีคนอ่านอยู่ดี เอาจริงๆก็ไม่รู้ว่าเขียนแล้วสนุกรึเปล่า แต่หลังจากนี้เรื่องเที่ยวมันก็ยังอีกยาวไกล คือถ้าเขียนแล้ว มันพอใช้ได้ ไม่น่าเบื่อจนเกินไป ก็จะกลับมาเขียนต่อว่าไปเที่ยวไหนต่อบ้างนะคะ รวมถึงตอนที่ถูกขโมยของด้วย แต่ถ้ามันน่าเบื่อไม่มีคนอ่าน ก็ต้องการเป็น diary ส่วนตัวไป ยังไงถ้ามี feed back และ comment ก็จะขอบพระคุณนะคะ🙂 ถ้านาเบื่อก็ comment😦 มาก็ได้นะ

5 comments

  1. สนุกดีค่ะ ชอบอ่านบล็อกนี้ เป็นเรื่องอิตาลีที่ไม่ค่อยซ้ำใครค่ะ^^

    Like

  2. ไม่น่าเบื่อหรอกค่ะ มันเป็นประสบการณ์ที่ควรต้องแชร์ค่ะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s