Diary ตอน5 เที่ยวส้นเท้าอิตาลี

ตอน 1     ตอน 2     ตอน 3    ตอน 4

หลังจากที่คืนวันที่ 2 นอนสบาย กินอิ่มและที่สำคัญอร่อย ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะดีไปหมดตั้งแต่กินอร่อย วันรุ่งขึ้นเราตื่นมาอย่างไม่รีบร้อน ถึงจะต้องเอานิ้วไปอังแถวจมูกดิ้วบ้างว่ายังมีชีวิตอยู่รึเปล่าตอนเธอนอน เพราะนอนนิ่งแบบไม่กระดุกกระดิกแม้แน่นิดเดียว เหมือนมัมมี่ ส่วนตัวเบนทั้งดิ้นทั้งละเมอ แต่ดิ้วไม่รับรู้ใดๆทั้งสิ้น เราถึงได้ยังเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่และสามารถเที่ยวกันได้อย่างดี

วันนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะไปแทบจะปลายสุดส้นรองเท้าบูธ คือที่ Torre Sant’Andrea ซึ่งเป็นจุดชมวิวริมทะเล ขับรถไปก็ไม่ยากเย็นอะไร ใช้เวลาประมาณ 1hr30min จากโรงแรมเรา ไปถึงก็ 11 โมงกว่า เราก็จอดรถริมผา สีน้ำทะเลและวิวแบบนี้ จะเหลือหรอค่ะ ก็ถ่ายรูปกันอยู่ตรงนี้เป็นชั่วโมง

11403134_10153464657648186_6696221646044800736_n11742653_10153464657713186_7226262835125621295_n

เอามาโชว์แค่นี้เพราะที่เหลือก็วิวด้านหลังเดิมๆ แต่คนถ่ายรูปนึกว่าถ่ายไปเรื่อยๆแล้วตัวเองจะดูสวยขึ้น(กว่าความเป็นจริง)เลยถ่ายมาเป็นร้อย สุดท้ายก็นี่หละค่ะ ได้สวยสุดเท่านี้

หลังจากคิดว่าเราคงไม่สวยไปกว่านี้แล้ว ก็เลยลงไปข้างล่าง เพราะเห็นคนเค้าลงไปกางร่มกัน ไอ้เราใส่ชุดว่ายน้ำมาพร้อม อากาศร้อนๆแบบนี้จะรออะไร ก็ต้องโดดสิค่ะ

11401513_10153464151118186_5643708507078898166_n

คือเบนพาดิ้วมาเที่ยวทะเลเนี้ย แม่ดิ้วห่วงมาก(ขนาดลูกเป็นนักว่ายน้ำโรงเรียนสาธิต) ดิ้วบอกว่าเบนสามารถ upload รูปและวีดีโอที่โดดน้ำได้นะ แต่ดิ๊วเองปล่าวพุ่งหลาวลงไปในทะเล บอกว่าดิ๊วแค่ถ่ายรูปให้ แต่ไม่ได้พุ่งหลาว ปล่าวเลยจริงๆ เมื่อเบนโดดน้ำ และดิ๊ว(ปล่าว)พุ่งหลาวกันจนพอใจ ความหิวก็เริ่มเรียกร้อง แต่แถวนั้นไม่มีอะไรให้เลือกมาก หรือพูดให้ถูกมีแค่สองร้าน 1 Bar อีก 1 ร้านอาหารของโรงแรม เราก็เลยไปฝากท้องที่ร้านของโรงแรม ซึ่งตามคาดว่าได้ทานแค่เพื่อไม่ให้เป็นโรคกระเพาะไปมากกว่านี้ หลังจากได้ทานอะไรไปเคลือบกระเพาะ เราก็ตัดสินใจเดินต่อไปอีกหน่อย (ตอนแรกเกือบจะขับรถออกไปแล้ว เห็นมันมีทาง แต่ก็ไม่เห็นมีใครเดินไป) วันนี้ความอยากรู้อยากเห็นมันชนะความขี้เกียจ เพราะแถวนี้มันสวยเหลือเกิน เราก็เลยเดินกันต่อไปอีกหน่อย โอววว เท่านั้นหละแม่เจ้า เมื่อกี้เรายืนถ่ายรูปบ้าบออะไรกันอยู่ ของจริงมันอยู่ตรงนี้!!!!!!!

11751820_10153464658673186_6024995364956651238_n11698599_10153464658968186_6201047562495769796_n11755763_10153464133673186_6586841688695210538_n

ก็ถ่ายรูปกันไปอีกเป็นร้อย กว่าจะยอมขึ้นรถและเดินทางต่อ แต่ยังรู้สึกว่าไม่พอ มันต้องมีวิวอะไรให้ดูอีกสิ เพราะติดใจเหลือเกินกับน้ำสีฟ้าที่นี้ ก็เลยพยายามหาทางขับเรียบผา ซึ่งเอาจริงๆก็ไม่มีทาง พอไปโผล่แถวที่คิดว่าใกล้พอ เราก็เลยจอดรถข้างทางเดินลัดทุ้งไปริมผาและได้รูปมาอีกใบ

11010291_10153464659038186_7222488395939693598_n

บอกเลยแค่นี้ยังไม่พอใจ มันต้องมีอีก ก็เลยลองไปแวะเมืองชื่อ Torre Dell’Orso  เราก็ไปจอดรถใกล้ๆกับหาด อยู่ในซอยที่ค่อนข้างใหญ่ ไปหยอดตู้เพื่อเอาบัตรจอดรถมาวางไว้หน้ารถ แล้วก็เอาของติดตัวไปแค่มือถือกับกุญแจรถ ซึ่งสิ่งที่คาดหวังเนี้ย คิดว่าจะเห็นแบบนี้

maxresdefault

แต่ความเป็นจริงแล้วเนี้ย เป็นแบบนี้20150722_145443

เราก็เลยอยู่กันแค่ 15 นาทีพอหอมปากหอมคอ เพราะคนที่นี้ ไม่เห็นจะเหมือนกับหนุ่มๆที่เล่น kitesurf หรือ valleyball อีกหาดเมื่อสามสี่วันก่อนเลย (ตอน 2) ตอนแรกก็นึกว่าหาดที่อิตาลีจะได้เห็นแบบนั้นทุกหาดก็เลยตื่นเต้น but reality hit me hard😛

อ๋อลืมเรื่องวิวด้านบน คือไอ้วิวด้านบนเนี้ย มันต้องเดินต่อไปอีกเกือบสองชั่วโมง ไปได้ทางเท้าทางเดียว รถไปไม่ได้ เราก็เลยขอผ่าน กลับไปอาบน้ำโรงแรมดีกว่า ที่พักที่เราจองไว้อยู่ที่เมือง Lecce เป็น B&B เล็กๆน่ารักใจกลางเมือง

เมื่อเราไปถึงพลัดกันอาบน้ำเสร็จ ก็ถึงเวลาดิ๊วเข้าไปทำธุระส่วนตัว (number2) เบนก็แต่งตัวเตรียมออกไปเดินเล่น ขณะที่ดิ๊ว number2 เบนก็ไปลื้อกระเป๋า หยิบกระเป๋าตังจะเอาเงินออก เพราะว่าอยากจะทิ้งเงินบ้างส่วนไว้ในตู้เชฟ เปิดกระเป๋าตังเท่านั้นหละ ร้องลั้นเลย ดิ๊วนี่ขี้หดตดหายเลยค่า(ขออภัยใช้คำหยาบคาย แต่เขียนว่าอึหดมันไม่ได้อารมณ์) เงินที่มีอยู่ทั้งหมด €650ในกระเป๋าตังหายหมดเลย SHOCK! โคด หลังจากหายตกใจก็เริ่มคิดว่าโจรมันก็ใช้ได้นะ ไม่ได้เอาไปทั้งกระเป๋า แถม credit card ก็ยังอยู่ อีกประเด็นคือ เงินในกระเป๋าเบนเป็นเงินส่วนรวมของเราสองคน €450 และของเบนเองอีก €200 โชคยังดีที่มีประสบการณ์มาแล้วที่เคยถูกขโมยที่ Barcelona เลยรู้ว่าทุกครั้งจะต้องแยกเงินไว้หลายๆกระเป๋า ทำให้ยังมีเงินเหลืออยู่พอสมควร หลังจากดิ๊ว number2 เสร็จ ก็ออกมานั่งกลุ่มใจด้วยกัน สักพักสะกิดใจ ไปเปิดกระเป๋าตัวเอง เท่านั้นแหละกลุ้มหนักกว่าเดิน โดนไปอีกเกือบ €300 นอกเหนือจากนั้นก็ยังอยู่ครบ ก็ยังนึกชมโจรในใจต่อ อย่างน้อยแกก็ไม่เอาบัตร credit ฉันไป ยังไงฉันก็รอด ช่างเป็นโจรที่มีศีลธรรม(นิดนึง)

แล้วเราก็มานั่งวิเคราะห์กันว่า เราโดยขโมยตอนไหน คิดกันจนสรุปแบบเออเองว่าน่าจะเป็นที่ Torre Dell’Orso เพราะเราทิ้งกระเป๋ากันไว้ในรถแบบไม่ระวัง ก็ต้องยอมรับว่าสะเพล่า ปกติก็จะวางแอบๆนะ แต่วันนี้มั่นใจมากว่าคนที่นี้ดี๊ดี จากเมื่อวานก่อนที่ทุกคนในเมืองน่ารักมากช่วยโบกรถ เราก็เลยเหมารวมว่าคนแถวนี้ดี๊ดี ตอนไปดิ๊วมั่นใจว่า lock รถแล้ว กลับมารู้สึกว่ารถก็ยัง lock อยู่ ก็ไม่รู้มันเอาไปได้ไง ถามเพื่อนอิตาเลียนว่ามันทำได้ไงฟะ เค้าตอบว่า I only know that they are professionals  (แม่ดิ๊วยังไม่รู้ว่าพวกเราถูกขโมยทริปนั้น 555 แต่ตอนนี้คงรู้แล้วค่าาา ขอให้โชคดีเพื่อนรัก เอ๊ะหรือไม่ควรจะเขียน เพราะเดี๋ยวแม่ดิ๊วจะไม่ยอมให้ดิ๊วไปเที่ยวกับเบนอีก?)

แต่มาเที่ยวทั้งที จะมานั่งกลุ่มใจอยู่ในห้องทำไม ยังไงก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว แจ้งความก็เท่านั้น ยังไงก็ไม่ได้คืน แถมเสียเวลา ตังก็ยังพอมีใช้อยู่ ไปเดินเล่นสิคะ อย่าเครียด

20150722_184252

นี่เลยสิ่ง Cheer up อันดับแรก Gelato เจ้าเก่าแก่และอร่อยที่สุดของเมือง Lecce ที่ร้าน Natale คืออร่อยจริงจัง มีรถแปลกๆเต็มไปหมด ถึงจะฉีกยิ้มแต่ก็ยิ้มแบบฝืนๆหน่อย ก็จะให้ลืมว่าเงินหายไปเกือบ 40,000 บาท ง่ายๆแค่เพราะ Gelato ก็คงจะโกหก แต่เอาเถอะ ไปเดินเที่ยวต่อ

11737799_10153465655508186_6451173624032780541_n

เมืองนี้เป็นเมืองที่ค่อยข้างใหญ่ แต่ในส่วน center ก็เดินเท้าพอไหว ไม่เหนื่อยมาก และก็มีอะไรให้ดูเล่นสนุกๆไปเรื่อยตลอดทาง ก่อนที่จะถึงเวลาอาหารเย็น ในร้านที่ได้วางแผนไว้แล้ว(มาเมืองนี้เพราะ Gelato และข้าวเย็น) ก็ต้องเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม คือ นั่งดื่ม Aperitivo กันก่อน

11709639_10153465106948186_6765357697468608949_n

และแล้วก็ถึงเวลาอาหารเย็น เราก็เดินทางไปที่ร้าน ได้ booking ตอน 21:30 เพราะร้านแน่นมาก เป็นร้านอาหาร local ที่เป็นที่นิยมของคนพื้นที่

เมื่อไปถึงร้าน และอาหารเริ่มมา ก็จะหยิบกล้องออกมาถ่ายรูปอาหาร ตอนนั้นแหละค่ะ ถึงได้รู้ตัวว่า อีโจรบ้ามันขโมยกล้องไปด้วย ไม่ใช่แค่เงินสด โอยยย ตอนนี้แหละโกรธมาก อีโจรบ้า แกขโมยเงินไปอย่างเดียวฉันยังไม่แช่งแกนะ แต่นี่แกขโมยกล้องฉันไปด้วย แล้วรุปอาหารที่ฉันถ่ายไว้ทั้งหมด รุป Burrata ที่อร่อยที่สุดในโลกเมื่อคืนอีก อีโจรบ้า ความตื่นเต้นกับอาหารก็เลยน้อยลงไปด้วย เอาจริงๆอาหารก็ไม่ได้ตื่นเต้นขนาดนั้นเพราะบ้านๆจริงๆแต่รสชาติดี

หลังอาหารเย็น ก็เดินกลับที่พักแบบซึมๆ

 

จบตอน 5 ……. to be continue……….

คนเขียนเริ่มเบื่อและขี้เกียจ ที่ผ่านมาเลยไม่เคยเขียน Diary สำหรับเลยสักที ถ้าใครตามอ่านกันมาจะเห็นว่าเบนเขียน Blog จะมีบางช่วงที่เขียนบ่อยมาก อาทิตย์ละสองครั้ง ทำได้อยู่ไม่กี่อาทิตย์ก็จะหายตัวไปเป็นเดือนๆ เพราะเรื่องแบบนี้มันต้องใช้รมณ์ (ชอบนึกว่าตัวเองเป็นศิลปิน)

3 comments

    • ตอนนี้จบแล้วค่ะ แต่คิดว่าคงมีตอนอื่นมาเขียนเล่นๆต่อ แต่ยังไม่รู้จะเขียนอะไรดีค่ะ🙂 ขอบคุณที่ตามอ่านนะคะ

      Like

    • oh เพิ่งเห็นว่านี่ตอน 5 ยังมีอีกตอนค่ะ เขียนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ🙂

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s