วีรสตรีแห่งมาแตร์เดอี

เรื่องนี้เป็นเรื่องเด็กๆ เกี่ยวกับชีวิตวัยเรียนของเบนที่ค่อนข้างเป็นเด็กเก่น แต่ถ้าเทียบกับเด็กสมัยนี้อยากจะบอกว่าตัวเองเรียบร้อยมาก เบนอยู่มาแตร์มาตั้งแต่ อนุบาล 3 คือรวมทั้งสิ้น 13 ปีในรั้วฟ้าขาว หญิงล้วน เรื่องพวกนี้ความจริงเบนจำไม่ได้หรอกค่ะว่าเบนได้ทำวีรกรรมอะไรเอาไว้บ้าง แต่เรื่องต่างๆเพื่อนๆเป็นคนเอามาเล่าให้ฟัง ก็อย่างที่รู้ว่า #คนแก่ชอบย้อนวัย

1936210_121291798185_7067420_n

เรื่องที่วันนี้จะเล่าเป็นเรื่องตอนอยู่ ม.6 คือปีสุดท้ายก่อนจะเข้ามหาลัย หลังจากที่เรื่องการถูกเรียกพบผู้ปกครองไปตักเตือนพฤติกรรมของ ดญ. ทราย(ข้าพเจ้าเอง) ทุกปีเป็นเรื่องที่แม่คาดหวังว่าจะได้เจอทุกเทอมหนึ่งตั้งแต่อยู่อนุบาล แล้วเทอมสองก็จะได้เกียรติบัตร “ปรับปรุงตนเองดี”วนอย่างงี้ไปเรื่อยๆทุกปี แต่พอขึ้นมัธยม ก็มีชั้นเชิงมากขึ้น ทำอะไรก็พยายามพูดเอาใจครู “หนูจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ” หรือจริงๆคือ “หนูจะไม่ทำให้ครูจับได้อีกแล้วค่ะ” จนมันเสียเวลาที่ครูจะเรียกแม่มาพบแล้ว ถึงขนาดที่  แม่ชีของโรงเรียน เรียกไปบอกว่า ถ้าเธอทำผิดอีกครั้งฉันจะไล่เธอออกจากโรงเรียน ซึ่งเรื่องแต่ละเรื่องที่ทำคือมันไร้สาระมาก รวมถึงเรื่องนี้ด้วย ไม่เห็นจะผิดตรงไหน

ถ้าจะให้ลำดับกันให้ถูกและนึกยุคออก คือเบนอยู่รุ่น MD76 ค่ะ และสมัยนั้นชื่อ ทราย ครูทุกคนจะเรียก “ยายทราย!!!!!!!” เรื่องของเรื่องคือ ถ้าใครอยู่รุ่นใกล้ๆทรายก็จะรู้ว่า อาหารที่โรงเรียนมาแตร์มันไม่ค่อยอร่อยเอาสะเลย (ยกเว้นข้าวเหนียวเนื้อ หรือบางคนอาจจะชอบแฮมแผ่นกลมๆกับซอสศรีราชา) เมนูที่รอคอยแต่ละอาทิตย์คือ มาม่า เมื่อไหรมี มาม่า แถวจะยาวมาก แล้วโรงเรียนนี้ต้องซื้ออาหารนะคะ ไม่ใช้ให้ทานฟรี เพราะค่าเทอมถูก

1936210_121310398185_1570519_n

พอมาถึง ม.6 หน้าโรงเรียนมีไก่ทอดเจ้าอร่อยมาขายตอนเช้า และเนื่องจากหลายคนทนอาหารโรงเรียนไม่ไหว ก็ซื้อไก่ทอดเจ้านี้ก่อนเข้าเรียนตอนเช้า (เพราะมาแตร์ไม่ให้ออกนอกโรงเรียนจนกระทั้งเลิกเรียนตอนเย็น) แล้วก็ทานไก่ทอดกับข้าวเหนียวเย็นๆตอนเที่ยงบนห้องเรียน เบนก็ทำช่วงแรกๆ แต่แล้วก็แบบ ไก่ทอดมันต้องกินร้อนๆ กินเย็นๆมันไม่อร่อยเลย ถึงจะดีกว่าอาหารโรงเรียนก็เหอะ แต่มันต้องดีกว่านี้

เมื่อคิดได้ เช้าวันหนึ่ง แทนที่จะซื้อไก่ใส่ถุงมาทานตอนเที่ยง ก็ตีซี้แม่ค้า บอกว่าช่วยทอดร้อนๆแล้วมาส่งให้หน่อยตอนพักเที่ยงที่หน้าประตูโรงเรียน ซึ่งแม่ค้าก็น่ารัก ทำให้ เราก็มาเจอกันที่หน้าประตู ยืนไก่แลกเงินกันตรงนั้นแล้วเบนก็เดินถือไก่ร้อนๆขึ้นไปนั่งทานบนห้อง เพื่อนๆเห็นเท่านั้นแหละ ตาโตกันใหญ่เลย บอกทำไง อยากกินร้อนๆบ้าง เรื่องแค่นี้จัดการให้เพื่อนได้อยู่แล้ว

หลังจากที่เพื่อนๆเริ่มฝากซื้อ ก็มีการจดจำนวนไก่ไปบอกแม่ค้าตอนเช้า จำนวนชิ้นไก่ทอดก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นธุรกิจที่ไม่ได้ค้ากำไรอย่างล่ำสัน แม่ค้าก็ดีใจสิค่ะ ปกติขายได้แต่ตอนเช้า นี่เที่ยงก็ขายได้อีก ไอ้เราก็สั่งอาทิตย์ละหลายครั้ง ใครอยากได้ไก่ทอดก็มาบอกเรา เดี๋ยวเราจัดให้

และแล้วหลังจากเราเคยชินกับการได้ทานไก่ทอดร้อนๆมาเดือนกว่า ทุกครั้งที่เบนลงไปเอาไก่ทอดหน้าประตูจะมีลูกสมุนลงไปช่วยกันถือถุงไก่ขึ้นมา (เพื่อนมาอ่านคงด่า ใครลุกสมุนแก ล้อเล่นนะะะ เพื่อนมีน้ำใจที่ไม่อยากให้เราเดินไปเอาไก่คนเดียว เลยลงไปเอาเป็นเพื่อน เพราะเด็กมาแตร์ แค่ไปฉี่คนเดียวยังไม่ยอมไปเลย ต้องลากกันไปเป็นฝูง ไม่งั้นฉี่แบบไม่มั่นใจ) พอวันนี้เราลงไปกัน เบนเดินนำหน้า ไม่เห็นคนขายไก่ ไม่เห็นถุงไก่แขวนที่ประตู ก็ไปเกาะรั้ว นึกว่าเค้ายังไม่มาส่ง เกาะอยู่เป็ปนึง มีคนมาสะกิดหลัง ไอ้เราหันไปเห็นคนถือถุงไก่มาให้จ้า คนๆนั้นคืออาจารย์สุมิตรา(อาจารย์ใหญ่ตอนนั้น) ลุกสมุนแต่ละคนกลัวฉี่แทบราด จะวิ่งหนีทิ้งเพื่อนก็ไม่ทำ ได้แต่ยืนตัวลีบอยู่ในมุม แบบว่าความผิดนี้ช่างใหญ่หลวง ถูกอาจารย์สุมิตราจับได้ หัวโจก(ข้าพเจ้าเอง)ไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่พวกเราทุกคนทั้งหมดที่สั่งไก่ทอด โดนเรียกเข้าห้องประชุม เป็นเรื่องใหญ่โต (บอกตามตรง ไอ้เรื่องที่เล่ามาเนี้ย จำไม่ได้เลย เพื่อนมาเล่าให้ฟังอีกที เป็นวีรกรรมที่คนอยู่ในเหตุการณ์ทุกคนจำได้ไม่มีวันลืม แต่อีตัวหัวโจกจำอะไรไม่ได้เลย) ทุกคนรู้สึกผิดและเสียใจกับการกระทำนั้น แล้วอาจารย์ก็ถามถึงเหตุผลว่าทำไมพวกเธอถึงทำอย่างนี้ เบนก็ตอบไปตรงๆสิค่ะ ว่าอาหารโรงเรียนมันไม่อร่อยค่ะ ทนทานมา 13 ปีแล้ว ที่นี้อาจารย์ก็เลยจับเราทุกคนให้มานั่งเขียนเลยว่าอะไรไม่อร่อยยังไง อยากให้มีอะไร(ทำนองนั้นมั้ง เพื่อนไม่ได้เล่าละเอียดจุดนี้) แต่ที่เพื่อนเอาคำพูดอาจารย์ที่พูดกับเบนมาเล่าคือ “เธออย่าคิดว่าเธอเป็นวีรสตรีของเด็กมาแตร์นะ” (วีรสตรีในเรื่องทำให้อาหารโรงเรียนอร่อยขึ้น) คือถ้าอาจารย์ไม่พูดหนูก็ไม่คิดหรอกค่ะ แต่พออาจารย์พูดแล้วหนูคิดเลยว่า หนูนี่แหละค่ะ “วีรสตรีตัวจริง” น่าเสียดายไม่ทันได้ชื่นชมผลงานของตัวเองนาน เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ก็จบจากรั้วฟ้าขาว ไปเข้ารั้วจามจุรีสีชมพูแทน แล้วก็ไปเผชิญกับข้าวผัดขาแมลงสาบต่อที่คณะสถาปัตฯ

1936210_121290908185_6715206_n

ถ้าน้องมาแตร์มาอ่าน แล้วบอกว่าอาหารโรงเรียนก็ยังไม่เห็นอร่อยเลยค่ะพี่ (คือตอนนี้พี่ไม่รู้แล้วว่าอาหารโรงเรียนเป็นไง และไม่คิดจะกลับไปลองอีก) ก็อยากจะบอกว่า พี่คิดว่ามันดีขึ้นแล้วค่ะน้อง ลองคิดดูละกันว่าสมัยพี่มันจะขนาดไหน

วีรกรรมที่เพื่อนเอามาเล่าให้ฟังยังมีอีกเยอะ อย่างที่บอกว่าแม่โดนครูเรียกไปหาทุกปี

#ถ้าคุณจำไม่ได้ว่าเคยถูกแกล้งคุณนั้นแหละเป็นหัวโจกแกล้งคนอื่น ข้อความนี้สามารถเป็นเรื่องเล่าตอนต่อได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s