เที่ยวอิตาลีกับ Fove Food Tour ตอน “อยากเห็นทุกอย่าง” 1

การเดินทางที่เบน suggest นี้สำหรับผู้ที่ไปเที่ยวอิตาลีครั้งแรก หรือเคยไปชะโงกทัวร์ยุโรป ภาษาทัวร์บริษัทอื่นอาจจะเรียกว่า Grand Italy Tour เที่ยวสถานที่ Must see ทั้งหลาย 8 วัน 6 คืน แต่เอาเข้าจริงๆลูกค้าที่เคยไปเที่ยวกับ Fove Food Tour ทริปนี้ก็เป็นผู้ที่ไปเที่ยวอิตาลีมาหลายรอบแล้วก็มี ก็ยัง enjoy กับทริปนี้เหมือนกัน เพราะเที่ยวกับเบน แน่นอนไม่เหมือนใคร 😉

img_4463

ขอเล่าถึงทริปแรกเลยของ Fove Food Tour ในปี 2013 ซึ้งต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ไว้ใจเบน เนื่องด้วยเป็นทริปแรกสุด ลูกค้าไม่เคยเจอเบนเลย เพียงแค่เห็นโฆษณา เจอตัวกันครั้งแรกที่สนามบิน เค้าก็บอกค่อยโล่งใจหน่อย เพราะแอบกลัวเหมือนกันจะถูกสวมมงกุฎแล้วเชิดเงินหนีไปเลย พวกเราก็เคยได้ยินข่าวประมาณนี้บ่อยๆ ทริปแรกที่เบน Promote และขายออกไปก็เป็นทริปการเดินทางที่เบนคิดว่ามันน่าจะน่าสนใจที่สุด เป็นอิตาลีที่ทุกคนวาดฝันไว้ คือ ต้องไปเห็น Colosseum ที่กรุงโรม ไปเที่ยว Florence ดู Duomo และสะพานอันโด่งดัง และที่เห็นจะเป็นที่พลาดไม่ได้สำหรับหลายคนคือ Venice (ที่หนึ่งที่เบนมักจะตัดทิ้งทำลายความฝันหลายคนคือ หอเอนปิซ่า เพราะมันต้องเดินทางนอกเส้นทาง แล้วแถวนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรดูเท่าไหร เลยมักบอกลูกค้าว่า อย่าไปเลยค่ะ แต่ว่าถ้ามาแบบ Private Trip แล้วบอกว่าจะไปก็จัดให้ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา)

img_1116

คุณลูกค้าที่น่ารักของดิฉันเอง 🙂

โอเค เริ่มต้นสำหรับการเดินทางนะคะ สายการบินเดียวที่มี Direct Flight คือ Thai Airway ซึ่งไม่ได้บินทุกวัน

จะมีบินไปกลับ Rome แค่เฉพาะวัน อาทิตย์-จันทร์-พุธ-ศุกร์

และบินไปกลับ Milan เฉพาะวัน จันทร์-อังคาร-พฤหัส-เสาร์

การเดินทางนี้เราจะบินไป Rome กลับ Milan นะคะ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มักแลกไมล์บินการบินไทยกันทั้งนั้น flight เนี้ยจะบินประมาณเที่ยงคืนตีหนึ่ง ไปถึงอิตาลีประมาณ 7 โมงเช้าวันเดียวกัน

วันที่ 1 = กรุงเทพ – โรม

พอเราไปถึงตอนเช้าก็จะมีรถมารับที่สนามบิน ครั้งแรกๆที่ไปนี่ก็ใจตุ๋มๆต่อมๆ ว่ารถจะมารับไหม จนในที่สุดใช้งานจนเชื่อใจ ไม่มีปัญหา  Flight ของเราจะมาถึงเช้ามาก เพราะฉะนั้นก่อนอื่นก็ต้องเข้าไปหาอาหารเช้า และแน่นอน กาแฟอิตาเลียนทานกัน ที่ๆจะพาไปก็เป็นร้าน Cafe โบราณเก่าแก่อยู่ใจกลางเมือง ถึงราคาอาหารและเครื่องดื่มจะ over price ไปหน่อย แต่ถือว่าเราได้บรรยากาศ เพราะถ้าจะทานให้ประหยัดเหมือนที่คนอิตาเลียนทำกันคือ ต้องยืนทาน จะไม่เสียค่า service

img_0860

หลังจากนั้นก็จะเข้าโรงแรม ถ้าเค้าใจดีให้ Early check-in ก็ถือว่าใจดีมาก ซึ้งที่ประเทศอิตาลี ส่วนใหญ่ถ้าห้องเค้าว่าง เค้าก็จะให้ อย่างน้อยก็ได้ห้องนึง แต่ไปทริปญี่ปุ่นไม่เคยได้ check ก่อนหรือหลังเลย

โรงแรมที่โรมจะแพงเป็นพิเศษและห้องจะค่อนข้างเล็ก ราคา Bed&Breakfast ที่ดีดีหน่อย อยู่ใจกลางเมือง ก็จะราคา 200 กว่ายูโร ส่วนถ้าเป็นโรงแรมระดับตั้งแต่ 4 ดาว ราคาก็จะอยู่ที่ 350 ยูโรขึ้นไป นี่พูดถึงโรงแรมที่สภาพดีและอยู่ใน location ที่ดีนะคะ ซึ้งถ้าเป็นลูกค้ากลุ่มปกติเบนมักนิยมเลือก Bed&Breakfast ใน location ดีดี ที่เดินเล่น shopping สะดวกให้ลูกค้าอยู่ เพราะการจ่ายแพงสำหรับโรงแรมที่นี่ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร แต่ก็แล้วแต่ลูกค้าจะ request อีกแหละค่ะ

หลังจากได้ทานอาหารเช้าและ check-in เข้าห้องน้ำฝากกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เราก็จะมีการจัดให้นั่ง Vespa Tour เพื่อที่จะได้ชมกรุงโรมแบบทั่วๆเดินไม่ต้องเดิน ให้เห็นให้หมดก่อน ไม่ว่าจะเป็น Colosseum-Vatican-Panteon-Spanish Steps-Trevi Fountian and etc. แล้วค่อยไปเจาะแต่ละที่ที่อยากไปอีกทีนึง

12049614_934185696639962_5433963343746796184_n 12002036_934162703308928_3816469101619794193_n 12042634_934155456642986_5347524295498633236_n

นั่งรถเที่ยวกันประมาณ 3 ชั่วโมง ขึ้นลงบ้างเดินดูเล่นตามสถานที่ต่างๆ แล้วหลังจากนั้นเราก็ไปทานอาหารกลางวันนอกเมืองกันที่ร้านโปรดของเบนที่กรุงโรมซึ้งแนะนำโดยเพื่อน Foodie Italian ของเบน ร้านนี้อิตาเลียนทุกคนต้องรู้จัก ถ้าไม่จองก่อนล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ ไม่มีทางได้ทาน เมนูที่เด่นมากๆของเค้าคือ Pasta Calcio e pepe คือพาสต้าชีสและพริกไทยดำ (ร้านอื่นก็มี เพราะเป็นเมนูของกรุงโรม แต่ร้านนี้ทำอร่อยสุดแล้ว) เค้าจะมาคลุกให้เราถึงโต๊ะเลย

img_0898

นอกจากนั้นก็ยังมีเมนู Carbonara ด้วย เพราะเป็นเมนูที่ถือกำเนิดที่โรมเหมือนกัน แต่จะรสชาติไม่เหมือนของบ้านเราเพราะว่า เค้าไม่ได้ใส่ครีมหรือนมเลย และชีสที่ใช้ก็รสชาติเข้มข้นและเค็มกว่า คือชีส Peccorino ส่วน Becon นั้นที่นี่เค้าใช้ส่วนของแก้มหมูแทน (Guanciale)

img_0901

เส้นของที่นี่จะโดดเด่นกว่าที่อื่นทำให้ลูกค้าติดใจกันทุกคน คือมันหนาและเหนียว ดึ๋มๆไม่ถึงกับ Al dente เพราะว่าเป็นเส้นสดทำเอง ร้านนี้ลูกค้าที่เคยไปด้วยกันแล้ว กลับมาเที่ยวด้วยกันอีกรอบสองรอบสามก็ request ขอไปกันอีก 🙂

img_0903

อีกเมนูนึงที่เป็นเมนูโปรดของเบนที่นี่คือ เนื้อแกะและมันฝรั่ง อาจจะฟังดูธรรมดาและหน้าตาไม่ได้น่าทานขนาดนั้น แต่เนื้อแกะเค้าทำออกมาได้ juicy และมันๆ แล้วมันฝรั่งก็อร่อยมากเช่นกัน

img_7158

พอทานข้าวกลางวันเสร็จก็ถึงเวลาได้ Check-in เข้าโรงแรมอย่างเต็มรูปแบบ เราก็กลับโรงแรมกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย อยากจะนอน(ส่วนใหญ่นอนกันหมด)  Shopping หรือไปเดินเล่นเอง ก็ได้ถ้าใครยังมีแรงเหลือ แต่ถ้าไม่ได้นอนกลางวัน มักจะไปหลับตอนอาหารเย็นเสมอ รวมถึงตัวไกด์เองด้วย เพราะว่า กว่าร้านอาหารเย็นจะเปิดก็ต้องสองทุ่มแล้วไปแล้ว

ตอนเย็นก็จะแล้วแต่ค่ะ บางทีก็จะพาไปทานร้าน Michelin บ้าง บางทีก็เป็นอะไรง่ายๆถ้าลูกค้าง่วงมาก หรือบางทีก็เป็น Course Dinner พร้อม Wine Pairing ก็เป็นอันจบวันแรกของการเริ่มต้นทริป

วันที่ 2 = Rome – Siena – Florence

ถ้า group ไหนมีเวลาเที่ยวมากหน่อย ก็จะแนะนำให้อยู่โรมอีกสักคืน เพื่อเที่ยว Vatican ตอนเช้า (ควรใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) และเดินเก็บที่อื่นๆตอนบ่าย แต่ลูกค้าเบนหลายคนเคยไปกันหมดแล้ว เราก็เลย Skip ตรงนี้ ออกเดินทางตอนเช้า 9-10 โมง ไปเมือง Siena (นั่งรถประมาณ 2hr30min)

ที่เมือง Siena มีอะไรน่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Duomo ของเมือง ซึ่งเบนว่าน่าสนใจไม่แพ้ Duomo ที่มิลานเลย ภายในตกแต่งสวยงามด้วยหินอ่อนสีเขียว (ขอร้องอย่าถามเรื่องประวัติศาสตร์ ผู้หญิงคนนี้ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย รู้แต่เรื่องอาหารนะคะ)

img_0429 img_0382 img_0344 img_0316

นอกเหนือจากนั้นก็ยังมี Piazza del Campo ศูนย์กลางของเมือง

img_0445

ก่อนที่เราจะไปเดินเล่นเนี้ย ความจริงเรามาถึงแล้วเรามาทานอาหารกันเลย แต่อยากให้ดูก่อนว่านอกจากอาหารกลางวันที่ชัวร์ว่าอร่อยแล้ว เมือง Siena เป็นเมืองที่น่ารักและน่ามาเที่ยวมากเมืองนึง และเมืองนี้เป็นเมืองปลอดรถยนต์เพราะฉะนั้นต้องเดินอย่างเดียวนะคะ

ร้านอาหารที่พามาร้านนี้ต้องบอกว่าเป็นต้นเหตุของความอ้วนของเบนตอนเพิ่งกลับมาจากอิตาลีใหม่ๆ เพราะว่าตอนที่มาลองทาน บอกเค้าว่าทำ Thesis ชิมอาหารอยู่ อยากลองเยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ วันนั้นทานคนเดียว 12 จาน Pairing กับ Wine 6 แก้ว เรียกว่าเกือบตาย

เมนูน่าสนใจของที่นี่คือ นกพิราบ แต่เมนูอื่นๆเค้าจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

10175994_682943555097512_7331468376918799100_n 1897791_679349392123595_8070924001932843797_n img_0507

ตับไก่บดกับหอมดอง
ตับไก่บดกับหอมดอง

img_0509

จานสุดท้ายคือจานโปรดของเบน ร้านไหนมีเมนูนี้ไม่ได้ ต้องสั่ง คือ Trippa หรือกระเพาะวัวนั้นเอง แต่แทบไม่เคยมีลูกค้ายอมกินด้วยเลย 555

แต่ทีเด็ดที่สุดของร้านนี้คือขนมจานนี้ค่ะ ไมว่าอิ่มขนาดไหนแล้ว ได้ทานจานนี้ยังไงก็อร่อย ทานจนหมด

img_0538

มันคือขนมที่ Combination ทุกอย่างทำด้วยถั่ว Hazelnut ขอเรียกว่า Super hazelnut ร้านนี้ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษเลย และเมนูก็เขียนด้วยมือ เพราะเปลี่ยนตลอด ขนาดเบนเองไปเวลาจะสั่งที่ก็ลำบากใช้ได้ทีเดียว เพราะไหนจะต้องแกะลายมือแล้วยังต้องแปลอีก แต่ยังไงก็คุ้มค่า

นอกเหนือจากอาหารอร่อยแล้วเนี้ย ทางร้านมี Cellar เก็บไวน์ลึกสามชั้นอยู่ใจกลางเมือง Siena เลย ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอาการ เพราะห้องใต้ดินนี้ ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการเก็บไวน์ได้อย่างดี หน้าหนาวก็ไม่หนาวจนเกินไป หน้าร้อนข้างล่างนี่ก็ยังเย็นอยู่ ซึ่งแน่นอน เราใช้อภิสิทธิ์ที่เจ้าของร้านอาหารปลื้มเบนตั้งแต่ทาน 12 จานเมื่อคราวโน้นนน ขอเค้าให้พาชมห้องเก็บไวน์ของเค้า

img_0569 img_0599 img_0604

อิ่ม ดื่ม Wine happy เดินเล่น ย่อยอาหาร แล้วเราก็เดินทางต่ออีกประมาณหนึ่งชั่วโมงเพื่อไป Florence กันต่อ ซึ้งเราจะพักกันที่นี้ 2 คืน จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนโรงแรมบ่อย

รู้สึกว่ามันชักจะยาวไปแล้ว ควรจะตัดตอนนิดนึง ไปขึ้นบ่ายวันที่สองในตอนหน้า เร็วๆนี้แน่นอน เพราะตอนนี้คนเขียนขาเดี้ยงอยู่ ไปไหนไม่ได้ เลยต้องอยู่บ้านอย่างเดียว มีเวลาเขียนเยอะะะ

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s