ประสบการณ์จาน WOW!!!

กลับมาอีกครั้ง เพราะวันก่อนไปเจอคนที่ติดตามเพจเรา แบบที่เราคิดว่าเรามีคนตามอยู่ไม่ถึงหมื่น ไม่น่าจะหาตัวเจอได้ง่ายๆ แต่พอเจอคนบอกว่าตามอยู่ รู้จักร Fove Food ก็ปลื้นมากมายทุกที จนต้องขุดตัวเองกลับมาเขียนหน่อย

อาหารจาน WOW เนี้ย ไม่ได้เป็นอะไรที่หาได้ง่ายๆ คือมันไม่ใช่แค่อร่อย หรือว่าอร่อยมาก แต่มันเป็นอาหารที่พอทานคำแรกแล้วรู้สึกว่าเหมือนหยุดไปอยู่อีกโลกนึง เสียงรอบข้างจะหายไปชั่วขณะ(เสี้ยววินาที) รสชาติแผ่ซ่านในปาก รู้สึกอยากจะหลับตากิน ให้รสชาติทุกคำมันซึบซับเข้าไปในสมอง และยังสามารถจำรสชาตินั้นไปได้ตลอดชีวิต อีกอย่างที่รู้สึกทุกครั้งเวลาเจออาหาร WOW คือ อยากให้ทุกคนและทุกสิ่งที่อยู่รอบกาย เงียบ คือต้องการอินกับมันให้ถึงที่สุดแบบไม่มีสิ่งใดรบกวน เวลาเจอส่วนใหญ่ เลยจะปิดตาแล้วอุดหูตัวเองแทนบอกให้คนทั้งร้านเงียบ 555 อีกอย่างที่ตัวเองเป็นเวลาเจออาหาร WOW เนี้ย คือ น้ำตาจะไหล อาจจะฟังดูเว่อ แต่มันคือเรื่องจริง ส่วนใหญ่น้ำตาจะปริ่มๆ เพราะกลั้นไว้ กลัวคนหาว่าบ้าและเว่อ ไม่รู้ว่ามีใครเคยมีความรู้สึกหรือได้เจออาหารที่รู้สึกว่ามันใช่มากๆ แล้วมีอาการแบบเดียวกันบ้างหรือเปล่า

เลยอยากจะมาเล่าประสบการณ์และอาหาร WOW ที่เจอให้ฟัง อย่างแรกเลย คิดว่าความ WOW นั้นต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชอบส่วนตัวเป็นหลัก ตัวเบนเองพอทำอาชีพเกี่ยวกับอาหาร เวลาทาน จะมีสมาธิและให้ความใส่ใจกับรสชาติและกลิ่นค่อยข้างมาก และโดยส่วนตัวสิ่งที่ Appreciate มากที่สุดคือ รสชาติเนื้อแท้ของวัตถุดิบ โดยใช้วิธีการ cook ที่เหมาะสม(ที่สำคัญคือไม่ over cooked) และเครื่องปรุงเพียงเพื่อการส่งเสริมรสชาติที่แท้จริงให้กับวัตถุดิบหลัก

จานที่ WOW ใน 7 ปีที่ผ่านมา ที่เรียนและทำงานเกี่ยวกับอาหารมาอย่างจริงๆ มีอยู่แค่ 3 จานเท่านั้น ซึ่งล้วนเป็นอาหารฝรั่งทั้งนั้น ก่อนหน้านี้ของชีวิตคิดว่าคงมีเหมือนกัน แต่ sensation ในการรับรู้มันอาจจะต่างออกไป ไม่ใช่ว่าอาหารไทยไม่ว้าว หรือเบนไม่ชอบอาหารไทยนะคะ แต่อย่างที่บอกว่า appreciate เป็นพิเศษกับเนื้อแท้วัตถุดิบ ซึ่งอาหารไทยไม่ได้เด่นตรงนั้น แต่เด่นที่การปรุงรสมากกว่า

มาพูดถึงจานแรกที่ได้รับประสบการณ์ WOW เลยดีกว่า จานนี้ได้ทานเมื่อปี 2011 ตอนที่เรียนอยู่ที่อิตาลี แต่ว่าจานนี้ไม่ได้อยู่ที่อิตาลี กลับไปอยู่ที่ประเทศกรีกแทน เพราะตอนนั้นได้ไป Field Trip ที่ Thessaloniki เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์กับที่มหาวิทยาลัย นอกจากอาหารกรีกจะอร่อยแล้ว หนุ่มกรีกก็เป็นอาหารตาที่ดีมากเช่นกัน

มีอยู่วันหนึ่งเราต้องไปเดินเก็บเห็ดในป่ากันเพื่อมาทำอาหารเที่ยง ตอนไปเก็บเค้าก็จะสอนว่า เห็ดตัวไหนทานได้ ทานไม่ได้มีพิษ เก็บยังไง แล้วเราก็เก็บกันมาได้อย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ

หลังจากนั้น เราส่งมอบเห็ดนี้ให้กับพ่อครัวในร้านอาหารกลางวันเล็กที่เราไปทานในชลบท จริงๆแล้วตัวเบนเองไม่ได้เป็นคนชอบทานเห็ดเป็นพิเศษ คือทานได้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันอร่อยอะไร จนได้ทานจานนี้นี่แหละ

มันเป็นเห็ดที่เราเก็บมาจากในป่า ผัดกับ chicken stock แล้วอย่างอื่นก็ไม่รู้อะไรอะนะคะ เพราะพูดภาษากรีกไม่เป็น แล้วที่เค้าแปลมาให้คือรู้แค่นั้น บวกกับฝือมือเชฟ กัดคำแรก เหมือนอยู่ในห้วงจักรวาล ที่อยู่ดีดี มีรสชาติเห็ดระเบิดออกมา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทานอาหารแล้ว เหมือนตัวเองหลุดไปอยู่อีกโลกนึง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเหมือนจะเบลอๆไปชั่วขณะ พอออกมาจากพวัง ก็บอกให้เพื่อนเงียบ(ด้วยความที่เป็นคนมีมารยาทมาก)เราจะได้ enjoy moment และขอทำสมาธิ จะได้จำรสชาตินี้ไปจนวันตาย

เห็ดมันยังเป็นรสชาติเห็ดแบบที่เราเคยกินแหละคะ แต่เป็นเห็ดที่เหลือกว่า คือ มีทั้งกลิ่นที่เข้มข้น และรสชาติของเห็ดที่มีความซับซ้อน แบบที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยสารเคมีแบบเห็ดที่เราได้กินกันอยู่ทุกวัน ไม่คิดว่าเห็ดจะสามารถอร่อยได้ขนาดนี้ แล้วก็ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้กินอีกรึเปล่า อยากจะลองทานเห็ดป่าบ้านเราดูเหมือนกันว่า มันแตกต่างจากเห็ดที่ปลูกในถุงพลาสติกขนาดไหน

 

 

จานแรกเป็นจานเดียวที่ได้ไม่อยู่ในร้าน Michelin ที่เหลือจากนั้นเป็นจานจาก Michelin หมด คือไม่ได้ว่าหัวสูงชอบกินอาหาร Michelin หรืออะไรนะคะ โดยส่วนตัวโดยเฉพาะที่อิตาลีเนี้ย คิดว่าร้านบ้านๆ อร่อยและได้บรรยากาศกว่าร้าน Michelin มาก เพราะอาหารอิตาเลียน มันเป็นอาหารแบบ Homie stlye กิน Michelin ก็ไม่ค่อยเหมือนกินอิตาเลียนเท่าไหร แต่ว่าที่จาน WOW มันเกิดที่ร้าน Michelin เนี้ย เพราะว่าร้านพวกนี้ เค้าพิถีพิถันเป็นพิเศษกับการเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดมาใช้ คือทั้งดีและแพง เพราะของดีสุดหายากสุด งี้ ใครจะเอามาขายถูกๆละ แล้วร้านทั่วไป ด้วยราคาและปัจจัยอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้เอาวัตถุดิบพวกนี้มาใช้

จานที่ 2 เป็นปี 2015 ที่เกาะ Sicily เห็นไหมค่ะกว่าจะเจอจานที่ WOW จานนึงมันไม่ใช่ง่ายๆจริงๆ แต่เอาตามจริง ถ้าสมมุติว่าได้กินครั้งที่สองมันก็คงไม่ WOW แล้ว เพราะมันรู้แล้วว่ารสชาติเป็นอะไร คาดหวังอะไรไว้ได้บ้าง จากความ WOW ก็คงเหลือเป็น อร่อยมาก แทน

ร้านนี้เป็นร้าน 2 Michelin stars บนเกาะ Sicily และอยู่ในเมืองที่ไกลแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆมาก ต้องดั่งด่นไปเพื่อไปกินอย่างเดียว เพราะไม่มีอะไรอย่างอื่นให้ทำ ร้านนี้ชื่อว่า La Madia อยู่ที่เมือง Licata เพราะใครไปเที่ยว Sicily แบบรอบเกาะก็ลองแวะไปทานดูได้ค่ะ แต่ว่า คือถ้าไม่มีจาน WOW จานนี้ ก็ต้องบอกว่าตรงว่าร้าน Mihcelin ร้านนี้แบบเฉยๆมาก เพราะจานอื่นมันก็งั้นๆ อร่อย แต่ไม่ได้อร่อยมาก ถ้าไม่มีจานนี้ที่เจอก็ไม่คุ้มที่จะมา

และมาถึงจาก WOW มันคือ Main หรือในภาษาอิตาเลียนเรียกว่า Secondo แต่ในร้าน Michelin คงเป็นจานที่ 6 หรือ 7 เป็นจานเนื้อย่าง แต่ความพิเศษของมันคือ มันเป็นเนื้อย่างที่เค้าตัดส่วนที่โดยไฟออกทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนที่เนื้อจะกระด่าง เพราะจากว่าน้ำในเซลล์เนื้อมันได้ระเหิดออกไปมากแล้ว แต่ว่าเป็นส่วนที่มีความหอมของกลิ่นควัน เค้าตัดส่วนนี้ออก และเหลือไว้แต่ส่วนเนื้อที่นุ่มและยัง Juicy อยู่ ที่ฉลาดมากคือ เมื่อเนื้อส่วนที่อร่อยที่สุด แต่ดันไม่มีกลิ่นหอม เค้าก็นำเปลือก almond ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของ Sicily มาทำเป็นถ่าน แล้วก็จุดถ่ายใส่มาพร้อมกับเนื้อด้วย ทำให้เราได้กลิ่นของควันที่ขาดหายไปจากเนื้อชิ้นนี้ เพื่อเติมให้เป็นเนื้อย่างที่สมบูรณ์

IMG_4366

ที่อิตาลีเค้านิยมราดน้ำมันมะกอกบนเนื้อย่างด้วย จานนี้ก็เช่นกัน ให้มาพร้อมกัน Artichoke ย่าง น้ำมันมะกอก ที่ใช้ทานกับเนื้อ จะเป็นน้ำมันที่รสชาติจัดกว่าน้ำมันมะกอกที่ทานกับสลัดและปลา มันจะมีกลิ่นที่แรงกว่า และมีรสเผ็ดนิดๆตอนจบ แถวโคนลิ้นด้านข้าง น้ำมันมะกอกที่แนะนำให้ทานกับเนื้อ จะเป็นน้ำมันที่ผลิตจากแคว้น Tuscany เพื่อใครสนใจนะคะ 🙂 ถ้าพูดตามจริง คือ จานนี้มันไม่ได้เป็นเนื้อย่างที่อร่อยที่สุดที่เคยทานมา แต่มันเป็นความไม่คาดหวังว่าเนื้อที่น่าตาชืดๆจานนี้จะอร่อย แต่มันกลับมีรสชาติ กลิ่น texture ที่ครบแบบเนื้อย่างที่เราว่าอร่อย และที่สำคัญคือ texture เพราะเค้าได้ตัดส่วนที่มันกระด่างออกไปหมด มันเลยแตกต่างจากเนื้อย่างทั่วไปตรงนี้แหละ ที่มันนุ่มแบบ Roasted Beef แต่การรับรู้ของเรากลับเป็นว่าเราทาน Steak อยู่

 

 

จานนี้ก็อยากพูดถึง เป็นจาน wow เล็ก รู้สึกอร่อยเว่อวัง แต่ยังไม่ถึงกับหลุดไปในอวกาศ คือ เป็นจานที่ได้ทานเมื่อปลายปี 2017 ที่ Paris ในร้าน 3 Michelin star : Epicure

20171205_125836

ปลาที่ชอบสั่งมากสุดจะเป็น Black Cod คือเชฟจะต้องช่วยมาก ปลาชนิดนี้ถึงจะออกมาไม่อร่อย และอีกตัวที่ can’t go wrong สำหรับคนชอบปลาเนื้อขาว ออกมันๆนิดนึงก็จะเป็น Sea Bass จานนี้มีคำอธิบายว่า “Sea Bass cooked in a salt crust spiced with “Vadouvan” fennel cooked in a “Bouchot” mussel juice.” รสชาติอื่นๆเป็นรสชาติอ่อนๆ เสริมประกอบกับปลาที่ perfectly cooked มันเป็นอะไรที่เลิศมากจริงๆ

20171205_134133

จานอื่นๆของเค้าก็อร่อยเหมือนกัน เป็นร้าน Michelin ที่รู้สึกว่าอยากกลับไปกินอีก คือบางร้านอาจจะรู้สึกว่าเออ อร่อยดี แต่ไปลองครั้งเดียวก็พอ แต่ร้านนี้อยากจะกลับไปกินอีก

 

 

 

จานล่าสุดจานที่ 3 ที่เป็น WOW ตัวใหญ่ คือปี 2018 ที่ Milan ซึ่งเป็นช่วง research trip ที่ส่งลูกทัวร์กลับบ้านแล้ว อยู่อิตาลีต่อเองเพื่อหาร้านอาหารใหม่ๆ และที่เที่ยวใหม่ๆสำหรับทริปต่อไป

คือพออยู่เมืองนอกนานๆ ถ้าเกิน 10 วันก็จะเร่ิมเบื่อละ แล้วนี่เกินสิบวันมานานมาก อยู่ไปแบบซังกะตายมาก ความจริงอยากเปลี่ยนตั๋วกลับบ้านก่อน แต่เครื่องบินเต็ม กลับไม่ได้ ก็เลยต้องทนอยู่ต่อไป ความอยากกินอาหาร = 0 ไม่อยากกิน อะไรทั้งสิ้น ที่กินมาหลายมื้อที่ผ่านมา คือ บังคับตัวเองให้กิน ให้ลอง รู้ว่าอร่อย แต่ไม่ได้มีความสุขกับการกินเลย แต่ด้วยน่าที่ก็เลือกร้านอาหารต่อไป คือ ร้านอาหารใน list ของเบน จะอยู่ใน google map และ Note ต่างๆ แต่บางทีก็จำไม่ได้หรอกว่าว่าที่มา มาจากไหนบ้าง หนังสือแนะนำ รูป research อะไร 555 และวันสุดท้ายของทริปนี้ที่มิลาน ก็คิดว่าเออ กิน Michelin สักหน่อยละกัน เพราะรู้จักร้าน Local มาพอสมควรแล้ว แต่ร้าน Michelin ยังไม่ค่อยได้ลองเท่าไหร เราก็เลยไปลอง Michelin แล้วขี่จักรยานไปทาน จองตอนเช้า ไปตอนเที่ยง เอาจักรยานไปจอดหน้าร้าน(จักรยานเก่าๆ) เค้าเกือบไม่เปิดประตูให้นึกว่าหลงทาง เข้าไปร้านโล่งมาก ไอ้เราก็แบบ ไม่คาดหวังเลย ว่าจะอร่อย ก็มาลองไปงั้นๆแหละ เค้ามี Business Lunch ราคาแค่ €40 แต่เราว่าไหนๆแล้วจัดเต็มเลยกับ tasting menu €130 ก็ไม่ได้แพงมาก แล้วบอกคนเสิร์ฟว่า keep it slow, let’s be quick 5555 หลังจากที่เคยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ทาน Michelin คนเดียวอีกแล้วตั้งแต่รอบแรก นี่ก็มาทานคนเดียวรอบที่ 4 แล้ว หลังจากสาบานครั้งนั้นไป เลยอยากให้มันสั้นๆหน่อย ปรากฎมื้อนี้ เสร็จหลังเวลาปิดร้านของเค้าอีก เพราะว่า enjoy กับอาหารมาก แล้วก็ค่อยๆทานไปเรื่อยๆ คืออิ่มมาก คิดว่านั่งไปอีกหน่อยจะอิ่มน้อยลงจะได้ทานต่อได้ เลยนั่งนานเลย ร้านนี้คือ อร่อยทุกอย่างจริงๆ combination แต่ละอย่าง ไม่ได้เข้ากันมากเท่าไหรหรอก แต่ด้วยตัวของมันเองอร่อยอยู่แล้ว ทานแยกกันเลยอร่อยกว่า

จาน WOW จริงๆแล้วมันเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กๆของ Primo จานหนึ่งเท่านั้นเอง คือจานนี้ Black Calamari with apricot ขนาดในชื่อเมนูยังไม่ได้อธิบายถึงมันเลย เอาจริงๆคือ ปลาหมึกก็อร่อยดี แต่ไม่เห็นเข้ากับ apricot เลย 5555

20180711_131228

แต่ไอ้ที่ WOW เนี้ยมันคือไอ้ก้อนดำๆด้านล่างสุดของภาพค่ะ20180711_131550

มันคือมายองเนสที่ทำจาก some kind of fish มีความเค็มๆมันๆแบบกลมกล่อมมาก บวกกับ tempura black link เค็ม-มัน-กรุ๊บกรอบ ทานเข้าไปรสชาติแตกซ่านในปาก หลับมายิ้มอยู่คนเดียว มันให้มาคำเล็กมากจริง เลยอ้อนวอนขอว่า ขอไอ้ตัว heaven mayo นี่อีกได้ไหม ตอนแรกเค้าจะไม่ยอมให้ แต่เรียกว่า I begged him ถ้าลงไปคุกเข่าแล้วจะได้มาก็ยอมทำ แต่โชคดีไม่ต้องทำ เค้าก็ให้มาเพิ่ม

20180711_133021

ก็นั่งละเลียดไปเรื่อยจนจบมื้ออะคะ เป็นอาหารคำสุดท้ายที่เอาเข้าปากก่อนออกจากร้าน คือร้านนี้ยังไงถ้ามีทริปไปมิลานครั้งหน้าก็ต้องพาไปแน่นอน เพราะอยากกลับไปกินเองอีกครั้งจนแทบรอไม่ไหว

ทริปหน้ายังไม่รู้จะทำเมื่อไหร เพราะเดือนที่แล้วไปมานานไปหน่อย ยังเบื่ออยู่เล็กๆ แต่คิดว่าน่าจะเป็นเดือนตุลาคมค่ะ ถ้าใครสนใจอยากจะไปไหนก็บอกกันได้ค่ะ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำทริปไหนดี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s